Chapter Text
#เวกัสพีท #ABO
ที่คิดไว้คร่าวๆ
พอร์ช Omega: ไม่สนใจ secondary gender ของตัวเอง ใช้ฝังยาbeta mimic ชอบผู้หญิงสวยๆแซ่บๆ มุมมองเรื่องครอบครัว คือจะดูแลปอเช่ อย่างดี
คินณ์ Alpha: ลูกชาย alpha คนแรก ชอบผู้ชาย stereotype betaมากกว่าomega แต่ชอบตะวันที่เป็นomega
เวกัส Alpha: เกลียด omega และผู้หญิง จากที่เห็นพ่อตัวเองกับผู้หญิงมากมายที่คิดจะเข้ามาในตระกูล ซาดิสต์/dom พ่อยิ่งผิดหวังที่สนใจแต่ผู้ชายbeta
มาเก๊า Beta
พีท Omega: ชีวิตดิ้นรนแต่เด็ก ใช้ beta mimic มาตลอดตั้งแต่แรกๆ ที่จริงไม่มีสเปค ยังไม่ถูกใจใคร คิดแต่จะดูแลตายายให้สบาย
แทนคุณ Omega
คิม Alpha
ปอร์เช่ Omega
บ้านตระกูลหลัก : บอดี้การ์ดส่วนมากเป็น beta ยกเว้นพี่ชาญที่เป็น alpha กับพีท ที่เป็นomega จนกระทั่งพอร์ชเข้ามา เลยส่งไปอยู่กับพีท
บ้านตระกูลรอง : beta ล้วนๆ
พีทคือใช้ชีวิตแบบเบต้ามาตลอด แต่พอเจอพอร์ชครั้งแรก พอร์ชก้รู้ว่าพีทเป็นโอเมก้าที่ใช้ยาฝังเหมือนกัน ยังคุยนัดแนะว่าจะไปเปลี่ยนยาฝังใหม่ด้วยกัน แต่บังเอิญช่วงที่จะไปเปลี่ยนก็เจอเหตุการณ์หลงป่าสะก่อน ซึ่งตอนนั้นพีทเองก็ตามสะกดรอยเวกัส
ส่วนคุณคินณ์ตอนแรกปากบอกไม่ชอบstereotype omega มันเหมือนผู้หญิง มันไม่ใช่สไตล์ พอคบพอร์ชก็ เออ พอร์ชมันมีตรงไหนที่omega พอหลังๆ บอก เมื่อไหร่จะเอายาฝังออกวะพอร์ช 😂
พอร์ช : alpha แล้วไงวะ ไอเอี้ย แค่ของมันพองได้ ไม่ได้ดีเด่อะไรจากคนอื่นเลย กุต่อยร่วงไปกี่คนละ สึด กุไม่เอาออก!!! ตัวกุ ร่างกายกุ กุจะฝังยาเบต้าต่อ มึงจะทำไม 😂😂😂
สำหรับพีท ตั้งแต่ใช้วิธีฝังยาเบต้าก็ลืมไปนานละว่าตัวเองเป็นโอเมก้า ไม่ได้สนใจสักนิด ชีวิตคู่ก็ไม่เคยคิดถึง คิดแต่จะตั้งใจทำงานหาเงินเลี้ยงตายาย แล้วด้วยอาชีพบอดี้การ์ดที่ต้องฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก ทำให้สภาพตัวเองยิ่งห่างจากภาพลักษณ์โอเมก้าเข้าไปใหญ่
กระทั่งวันนั้นที่ไอพอร์ชมันมาถามเรื่องจูบ ทำให้เขาพึ่งจะมาคิดถึงเรื่องพวกนี้ขึ้นมาบ้าง อมก ชีวิตกุนี่ แฟนเฟินยังไม่เคยมี ก็มามีคุณหนูแทนคุณเป็นลูกสะแล้ว แต่อย่างว่า อาชีพอย่างนี้ ทำงานแบบนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปหาแฟน เขาไม่ใช่อย่างไอพอร์ชมันนะ ที่ทำงานไป จิ๊จ๊ะกับคุณคินณ์ไปด้วยได้
อีกอย่าง ช่วงนี้ แค่เวลานอนยังไม่ค่อยจะมีเลย ยิงยาวตั้งแต่พี่ชาญให้เฝ้าคุณเวกัสตอนคุณคินน์กับไอพอร์ชหายตัวไป ตอนนั้นเขาจำได้แม่น วันที่ชีวิตบอดี้การ์ดที่เขาแสนจะภูมิใจดันโป๊ะแตกอย่างแรง เขาโคตรตกใจที่อยู่ๆคุณเวกัสก็โผล่มา ไอเรื่องให้ถุงยางเป็นของฝากก็ด้วย แต่ที่ตกใจมากกว่า คือในขณะที่สัญชาติญานระแวดระวังตัวตามหน้าที่ของเขากำลังทำงาน จังหวะที่นิ้วมือเรียวยาวคว้าหมับมาที่มือของเขา ความรู้สึกดิ่งวูบก็เกิดขึ้นในช่องท้อง เขารู้สึกหายใจได้ไม่ทั่ว ช่วงเวลาสั้นๆที่นิ้วมือลูบผ่าน เขารู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างที่เขาหลงลืมไปแล้วถูกปลุกขึ้นมา แล้วสายตานั้น…
มันเหมือนว่าส่วนนึงของเขากำลังถูกดึงออกไป เขารีบสะบัดมือออกจากการเกาะกุมพร้อมบอกปฏิเสธ เขารู้สึกว่าตัวเองหน้าเสียอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไอพีทคนนี่ที่ยิ้มได้ตลอด แต่ตอนนี้เขาแค่จะปั้นหน้านิ่งยังทำไม่ได้เลย
ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยคุยกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยทักคุณเวกัสมาตลอดตอนเจอกันที่บ้านหลัก แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน ให้เขาบรรยายความรู้สึกก็บรรยายไม่ถูก เห้อมมมมม หรือเพราะเขานอนน้อย การ์ดเลยตกวะ ถามไอพอร์ชมันจะรู้มัย เห็นมันเจอคุณเวกัสบ่อยๆ มันอาจจะรู้ก็ได้มั้ง
แต่ยังไม่ทันได้ถาม งานก็ประดังประเดเข้ามาในช่วงที่คุณคินน์พักรักษาตัวในรพ. แถมงานที่ว่ายุ่ง ยังมีคนที่เขาไม่ค่อยอยากเจอเข้ามาแจมไปด้วยอีก เขาพยายามอยู่ให้ห่างจากคุณเวกัส ซึ่งมันก็ง่ายมาก เพราะเจ้าตัวเขาหมุนรอบไอพอร์ชหนักมาก โชคดีนะมึง
แต่เดี๋ยวก่อน คุณคินน์ฝากให้ช่วยตามคุณเวกัสต่ออีก เป็นคำสั่งที่ดูจะเอนเอียงไปทางตามติดไอพอร์ชมากกว่า
“ไม่ว่ามันจะไปไหน ทำอะไร มึงบอกกู”
ตกลงคุณคินน์มันสงสัยไอพอร์ชเป็นสายรึ สงสัยว่าคุณเวกัสมันมีแผนอะไรกันแน่ ตกลงเมนกุคือใคร กุชักจะงงๆ
การตามไปช่วยงานไอพอร์ชในฐานะคนแถม ทำให้เขาได้เข้ามาสัมผัสบ้านตระกูลรองเป็นครั้งแรก ใช่ครับ ครั้งแรก เพราะคุณหนูแทนคุณไม่เคยมาเหยียบที่นี่เลยตั้งแต่เขามาทำงานตำแหน่งนี้ บอกเลยว่าโคตรต่างจากบ้านตระกูลหลัก มันให้ความรู้สึกปลอม ตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้อง alarm ผมแม่งดังตั้งแต่ลงจากรถ
พอเดินผ่านเห็นเจ้าที่เลยอดยกมือไหว้ไม่ได้ โอย พระคุ้มครองที เจอคนร้ายถือปืนยังไม่น่าวิตกเท่าเดินเข้าบ้านตระกูลรองเลย ไปนั่งกินข้าวยังเจอสายตาที่จ้องจนแทบจะพรุน มึงมีอะไรมึงพูดมาเลย อย่าจ้องแบบนี้ กุจะแดกข้าวไม่ลงเอา เขามองดูไอพอร์ชไออาร์มแม่งก็ดูสบายดี ทำไมมีแต่ผมที่รู้สึกแปลกๆ
กว่าจะได้มีเวลาพักให้ได้หายใจหายคอ ได้ลดการ์ดป้องกันตัวเองลงก็นู่น ดึกดื่น แต่ก็ยังต้องรายงานข่าวให้คุณคินน์ พิมพ์ไปเดินไปเพลินๆ หัวใจเขาก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินเสียงคำถามขึ้นต่อหน้า เชี่ยเอ้ย โผล่มาตอนไหนเนี่ยยยย หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะก่อนจะกลับมาเต้นระรัว ตอบว่าไรดี
“หาทางกลับห้องไม่เจอ”
เออ มันก็ต้องตอบแบบนี้อยู่แล้วป่ะวะ ปั้นหน้ายิ้มตอบพร้อมเก็บมือถือ ทำไมวะ ทำไมเจอสายตาแบบนี้แล้วเขาถึงรู้สึกเหมือนถูกจับตรึงไว้ เหมือนถูกมองทะลุ ตั้งแต่วันนั่นที่รถ บางอย่างในตัวเขามันรู้สึกแปลกๆ มันเหมือนมีบางอย่างถูกปลุกขึ้นมา เป็นอะไรที่เขารับมือไม่ถูก
“Come on เดี๋ยวพาไปส่ง”
รอยยิ้มที่น่าหวาดระแวง ไม่ทำให้เขาผวาเท่ามือที่เอื้อมมาจับที่ไหล่ น้ำหนักที่กดลงมาที่บ่า ซ้ายและขวา การดึงตัวเขาเข้าไปให้อ้อมแขน กลิ่นหอมอ่อนๆที่ทำให้เวียนหัวทำให้เขาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว เขาถูกพาเดินกลับมาถึงหน้าห้องตัวเอง รีบกล่าวขอบคุณ พร้อมจะหลบเข้าห้องตัวเอง แต่ก็ไม่ทันที่จะโดนสองแขนแกร่งยกขึ้นขวางทางเดินต่อ
"คุณเวกัส?"
"ผมแค่อยากจะเตือน ที่บ้านตระกูลหลัก พีทอาจจะเดินไปไหนก็ได้ในฐานะหัวหน้าบอดี้การ์ดของพี่ใหญ่ แต่ที่นี่ บ้านตระกูลรอง บางที่ บางห้อง อาจจะเข้าไม่ได้ หรือ เข้าไป แล้วออกไม่ได้"
ท้ายประโยค คนพูดโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเหมือนจะกระซิบที่ข้างหูจนผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่พัดผ่าน ผมรีบมุดลอดแขนออกมายืนให้ห่าง หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกเจ็บ เขาพยายามปั้นหน้ายิ้มก่อนเอ่ยตอบ
"ขอบคุณคุณเวกัสที่มาส่งนะครับ ผมนี่ไม่น่าโง่จำทางไม่ได้ จนต้องลำบากคุณเวกัสมาส่งแบบนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่มีครั้งหน้าแล้วครับ"
"เช่นกัน"
คำตอบพร้อมรอยยิ้มทำเอาผมหน้าเจื่อน หมายความว่าไงวะ? คุณเวกัสเอื้อมมือมาตบบ่า (อีกแล้ว!!!) ก่อนบอก good night ผมแล้วเดินจากไป
ผมแม่งไม่ชอบเวลาที่ต้องเจอคุณเวกัสสองต่อสองเลยวะ ทำไมมันรู้สึกเหมือนเป็นคนละคนกับตอนที่อยู่กับไอพอร์ชเลยวะ คนนั้นดูปลอมแต่ไม่ทำให้เขารู้สึกหวั่นแบบนี้
หลังจากคืนนั้นเขาก็หลบฉากให้ตัวเองอยู่ห่างจากคุณเวกัสให้มากที่สุด ตามดูไอพอร์ชให้คุณคินน์ก็ตามแค่ห่างๆ อยากจีบไอพอร์ชหรือใครก็เอาเลยครับคุณเวกัส แค่อย่ายุ่งกับผมก็พอ หลังจบงาน ผมได้กลับมาดูแลคุณหนู ผมเหมือนได้ฮีลลิ่ง ไม่มีอาการวูบโหวงหรือใจเต้นรัว มีก็แค่ปวดประสาทตามปกติ
จนกระทั่งมามีเรื่องคุณตะวัน ที่พยายามกลับเข้ามาในชีวิตคุณคินน์ ประจวบเหมาะกับใครไม่รู้ลักพาตัวปอร์เช่ โดยจะให้ไอพอร์ชเอาความลับตระกูลหลักไปแลกโดยห้ามไม่ให้คนอื่นรู้ ไม่งั้นน้องมันจะตาย แล้วไอพอร์ชแม่งก็จะทำตามนั้น ซึ่งนี่จะเป็นครั้งที่สองแล้วที่มีคนเล็งไอพอร์ชเป็นเป้าหมายหลัก
ผมนี่ก็ทั้งห้ามทั้งท้วง แต่มันก็ไม่ฟัง มันบอกว่าถ้าให้เลือกระหว่างตระกูลหลักกับน้องมัน มันเลือกน้องมัน ผมอยากจะบอกคุณคินน์ใจจะขาด ไอพอร์ชก็บอกว่าถ้าน้องมันเป็นอะไรไปมันจะโทษผม โว้ยยยย แต่ถ้าปล่อยมันทำแบบนั้น มันก็จะซ้ำรอยคุณตะวันนะสิ
หัวจะปวด
ปกติมีแค่คุณหนูแทนคุณก็ปวดหัวอยู่แล้ว มีไอพอร์ชอีกคน
แล้วในระหว่างที่สติผมจะแตก คุณคิมก็ขอตามผมไปคุย คือเดี๋ยวก่อน นี่กุต้องดูทุกคนเลยเหรอ คิดได้แต่บ่นไม่ได้
"ไม่ทราบว่าคุณคิมเรียกผมมามีอะไรเหรอครับ" คุณคิมนั่งนิ่งอยู่สักพักก่อนจะตอบคำถามผมด้วยอีกคำถาม
"ได้ยินว่านายเคยไปบ้านตระกูลรอง" ????
"ครับ ตอนนั้นคุณคินน์ส่งผมไปช่วยพอร์ชทำงานครับ"
"กุคิดว่าที่ปอร์เช่หายตัวไปเป็นฝีมือเวกัส"
...เดี๋ยวก่อน คุณคิมรู้เรื่องแล้วสนใจเรื่องนี้ได้ไงก่อน ไอพอร์ชมันยังคาดเดาไม่ได้เลย
"คุณคิมมั่นใจมั้ยครับ"
"ค่อนข้างมั่นใจ...งานนี้ปั่นหัวทั้งทางคินน์ ทั้งพอร์ช ส่วนปอร์เช่ก็มีคนเฝ้าตามมาสักพักแล้ว" แล้วคุณคิมตามน้องไอพอร์ชทำไมก่อน ทำไมมีแต่เรื่องที่กุไม่รู้ แล้วกุมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย
"กุอยากให้มึงแอบเข้าไปในบ้านตระกูลรอง หาว่ามันเอาปอร์เช่ไปซ่อนไว้ไหน ก่อนที่แผนทำร้ายพี่รองจะสำเร็จ เพราะมึงเป็นคนเดียวที่เคยเข้าไป มึงทำได้มั้ยพีท กุรู้ว่ามันเป็นคำสั่งที่อันตราย แต่ถ้าแผนครั้งนี้ของมันสำเร็จ ไอคินน์จะไม่มีวันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก ตระกูลหลักจะสูญเสียครั้งใหญ่"
ผมเงยหน้าขึ้นมาสบตาคุณคิม ผมเข้าใจความสำคัญของงานนี้ และความจำเป็นที่ต้องเป็นผม
"ผมจะพยายามครับคุณคิม"
"แต่เรื่องนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้ มึงบอกพี่ใหญ่ไปสะว่าที่บ้านมีเรื่องด่วนเลยขอลากลับบ้านกระทันหัน"
"ได้ครับ"
"แล้วถ้าได้ข้อมูลอะไรให้รีบส่งมาทันที"
"ได้ครับ"
ไอพีทหนอไอพีท หัวจะปวด คุณตะวันกลับมา คุณคินน์ก็ระแวง ปอร์เช่หายไป ไอพอร์ชก็คิดว่าฝีมือคุณตะวันที่ไม่พอใจมัน มันจะทำตามคำสั่งคนที่จับตัวน้องมันไปโดยจะเอาข้อมูลตระกูลหลักไปแลก
และจะไม่ให้คุณคินน์รู้
แล้วใครเสนอหน้ามาช่วยไอพอร์ชหาน้อง ก็คุณเวกัสสุดปลอมเจ้าเดิม คุณคินน์ตอนนี้ที่มีคุณตะวันมาเตือนใจว่าเวลาโดนคนใกล้ตัวหักหลังมันเป็นยังไง มารู้ว่าไอพอร์ชติดต่อกับคุณเวกัสอีก แล้วคุณคิมจะมาบอกว่าทั้งหมดเป็นฝีมือคุณเวกัส โอยย งึดหลาย งานง่ายๆอย่างนั่งดูซีรีย์กับคุณหนูอยู่ไหน!!!
ผมบอกคุณหนูว่าขอลา ในขณะที่ใช้เวลาวางแผนต่อ ผมขอให้ไอพอร์ชบอกผมว่ามันจะทำอะไรบ้าง ผมสัญญาว่าจะไม่บอกคุณคินน์ จริงๆผมแค่อยากรู้ช่วงเวลาที่คุณเวกัสอยู่กับมันจะได้หาเวลาเข้าบ้านตระกูลรอง ในขณะที่คุณคินน์โกรธไอพอร์ชที่ไปยุ่งกับคุณเวกัส คุณคินน์ก็สืบว่าคุณตะวันกลับมาทำไมและเพื่ออะไร แต่ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรมาก
ในขณะที่ฝั่งไอพอร์ชบอกผมว่าคุณเวกัสบอกมันว่านี่ต้องเป็นฝีมือคุณตะวันแน่ๆ เพราะตะวันรักคุณคินน์มาก ที่เกิดเรื่องหักหลังครั้งนั้นก็เพราะเขาโดนเอาครอบครัวเป็นเดิมพันเหมือนครั้งนี้ที่พอร์ชถูกเอาปอร์เช่เป็นเดิมพัน คุณตะวันน่าจะอยากให้คุณคินน์เข้าใจว่าสุดท้ายความรู้สึกรักก็สู้ความสัมพันธ์ครอบครัวไม่ได้ และที่เขาหักหลังพี่คินน์ไม่ได้แปลว่าเขาไม่รัก ส่วนที่ต้องเป็นพอร์ชก็เพราะเป็น บอดี้การ์ดคนโปรด กุละอยากจะร้องแหมให้ถึงดาวอังคาร รู้ดีสะอย่างกับคนวางแผนทั้งหมด
เอาจริงๆ ผมแอบเชื่อคุณคิมนะ ว่านี่เป็นแผนคุณเวกัส
จนกระทั่งวันที่ไอพอร์ชบอกผมว่าคุณเวกัสบอกมันว่าพอจะสืบได้แล้วว่าปอร์เช่อยู่ไหนแล้วจะพามันไปหาน้อง วันนั้นผมเลยต้องรีบเข้าบ้านตระกูลรองเพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของเวกัส บ้านตระกูลรองคนน้อยลงถนัดตาเมื่อคุณๆไม่อยู่กัน ผมจัดแจงแอบเข้าไปตามเส้นทางหลบมุมกล้องที่ผมจำได้
ผมว่าถ้าจะหาข้อมูลเจอ ก็ต้องอยู่ที่ห้องคุณเวกัส หาทางเข้าไปจนถึงห้องก็เป็นเรื่องนึง แต่การจะหาว่าปอร์เช่อยู่ไหนแข่งกับเวลาเพื่อเปิดโปงแผนการก็เป็นอีกเรื่องนึง ผมแอบเข้ามาในห้องส่วนตัวของคุณเวกัส ลอบมองบรรยากาศโดยรอบ ดูธรรมดามาก ผมเดินทะลุเข้าไปในอีกห้องเป็นห้องนอนเรียบๆ ที่แทบไม่มีของส่วนตัวอะไร เหมือนเป็นห้องไว้โชว์ยังไงยังงั้น จะมีก็แต่รูปที่หัวเตียง รูปคู่ของคุณเวกัสกับมาเก๊า กับรอยยิ้มในแบบที่ผมไม่เคยเห็น รอยยิ้มที่ดูจริงที่สุด... ผมวางกรอบรูปลงก่อนจะเริ่มมองหาห้องทำงาน
แล้วผมก็เจอห้องที่ล๊อกอยู่ ผมหยิบอุปกรณ์มาสะเดาะกุญแจ ไขไม่กี่ทีก็ปลดล๊อคได้ ผมรีบแทรกตัวเข้าไปแล้วกดล๊อกกลอนลงใหม่ ก่อนจะเริ่มมองสำรวจห้องที่มีหน้าจอคอมพิวเตอร์วางเรียงราย หางตาผมเหลือบเห็นอีกห้องที่ซ่อนอยู่แต่ผมยังไม่มีเวลามาสำรวจ ผมต้องหาที่อยู่ปอร์เช่ก่อน
พาสเวิร์ดคอม!!!
ผมลองรหัสง่ายๆอย่างที่ไออาร์มเคยบอกให้ท่องไว้ 10รหัสยอดฮิต แม้ในใจจะรู้ว่า อย่างคุณเวกัสไม่มีทางใช้รหัสดาษๆหรอก และก็จริง แม่งไม่ได้ คิดสิคิด พาสอะไรดี ผมลองทั้งชื่อ นามสกุล วันเกิดคุณเวกัส จนแล้วจนรอดก็ไม่ถูก คนอย่างคุณเวกัส...แล้วอยู่ดีๆภาพกรอบรูปก็แวบเข้ามา
ผมรีบลองใส่วันเกิดคุณมาเก๊า ในใจเต้นรัวเร็ว ฟีลลิ่งมันบอกว่าจะถูก พอกดenter หน้าจอก็เริ่มโหลดต่อ
เก่งมากไอพีท!
ผมเห็นหน้าจอที่เปิดค้างไว้ เหมือนเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดสักที่ ผมรีบเปิดดูหลายๆมุม น่าจะโกดังร้างสักที่ แล้วผมก็สลับกล้องไปเจอปอร์เช่ โป๊ะเช๊ะ แม่ม ไอคุณเวกัสจริงๆด้วย
ผมกดถ่ายรูปจากหลายๆกล้องหลายๆมุมแล้วรีบส่งให้คุณคิมที่กดอ่านอย่างไว ผมส่งไปให้เยอะให้สุดให้หาที่ตั้งได้ หวังว่าจะทันก่อนไอคุณเวกัสหลอกให้พอร์ชไป ผมไม่เห็นว่าคุณคิมจะตอบอะไร เลยถือโอกาสเปิดดูข้อมูลอื่นๆต่อ คอมเรื่องนี้โฟลเดอร์เยอะมาก มากจนผมต้องเสียเวลาไล่เปิดเกือบทุกโฟลเดอร์
ผมไม่รู้ว่าผมใช้เวลาไปนานแค่ไหน แต่ผลที่ได้มันก็คุ้มค่า ผมเจอข้อมูลลับหลายส่วนที่หลุดจากตระกูลหลัก ข้อมูลที่ผมคิดว่าจะหลุดออกไปได้ต้องเป็นคนใกล้ชิดและเข้าออกตระกูลหลักได้ แถมช่วงเวลาก็เป็นหลังจากคุณคินน์ยิงคุณตะวันแล้ว ใครกันวะ ผมรีบพิมพ์ บอกคุณคิมม์ แล้วถ่ายข้อมูลต่างๆให้
“เจอปอร์เช่แล้ว”…
”เวกัสกลับไปแล้ว”
หมดเวลาสนุกแล้วสิ~ ผมอ่านข้อความจากคุณคิมม์แล้วเตรียมถอนตัวหนีกลับ แต่บังเอิญสายตากลับเหลือบไปเห็นโฟลเดอร์นึง ผมกดเข้าไปดูก็เจอแต่คลิปวิดีโอพร้อมวันที่ ผมลองกดดู… เอะ สึด โรคจิตชัดๆ คนเราจะถ่ายคลิปตัวเองทำไมวะ ผมรีบจะปิดหน้าจอ แต่บังเอิญเป็นจังหวะที่คุณเวกัสจิกผมคู่นอนให้เงยหน้าขึ้นรับมุมกล้องพอดี
เอี้ยยยยยยแล้ววววว คนนี้มัน..
ผมกดปิด แล้วเปิดดูคลิปอื่น เสียงครางระงมดังจนผมกดปิดเสียง แม้ว่าแต่ละคนจะแสดงสีหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด แต่ผมก็จำหน้าได้ ชิหัย แต่ละคน คู่นอนคุณคินน์ทั้งนั้น หัวใจผมเต้นรัว มือชื้นเหงื่อ
ผมกดหยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดถ่ายหน้าจอ เอาให้ติดหน้าคู่นอนในคลิป แต่ยังไม่ทันจะได้กดอัดจบ หน้าจอมือถือผมก็ดับวูบลง…
ชิบลอสแล้ว
ผมพยายามกดเปิดมือถือใหม่แต่มันก็ไม่ติด ในความลุกลน ผมได้ยินเสียงจากเครื่องดักฟังที่ผมวางไว้ตรงทางเดิน เสียงฝีเท้ามากมายบอกว่าเจ้าของบ้านกำลังกลับมา
ผมตัดใจยัดมือถือเข้ากระเป๋า รีบกดปิดหน้าจอทุกอย่างแล้วปิดคอม ทางเข้ามาห้องนี้เป็นone way ไม่มีทางที่ผมจะวิ่งสวนหนีออกไปได้ แล้วถ้าหนีไม่ได้ ก็ต้องซ่อนตัวไว้รอโอกาส ผมเหลือบไปมองห้องที่ผมเคยคิดจะเข้าไปดู มันล๊อก ผมรีบสะเดาะกลอนแล้วหลบเข้าไปในห้องมืด เอาหูแนบประตูคอยฟังเสียงข้างนอก
หายใจเข้า หายใจออก
ผมพยายามสงบสติอารมณ์ หูก็คอยฟังเสียง สายตาก็หันไปมองสำรวจห้อง.... โอเอ็มจี ผมผละตัวออกห่างประตู ห้องนี้มีเตียง มีเสา มีไม้ไขว้ตัวX มีโซ่ มีอุปกรณ์วางเรียงราย เหมือนจะเห็นห้องนี้ในคลิปสักคลิป ผมรับรู้ได้ว่าหัวใจผมเต้นรัวเร็วจนเหมือนจะกระโจนออกมานอกอก และยังเร็วขึ้นได้อีกเมือผมได้ยินเสียงคนไขประตูเข้ามาพร้อมเสียง
“โธ่เว้ย!!!” เสียงหงุดหงิดมาพร้อมเสียงข้าวของที่หล่นลงกับพื้น
“แม่งรู้ได้ไงวะ!!” พูดครั้งนึง เสียงของก็ดังอีกครั้งนึง แล้วเสียงก็เงียบลง เงียบจนผมต้องพยายามแนบหูจนชิดประตู เหมือนจะได้ยินเสียงพิมพ์แป้นก๊อกๆแก๊กๆ ผมรู้สึกท่าไม่ดีจึงถอยออกห่างจากประตูแล้วยืนถือปืนเล็งไปที่ใครก็ตามที่อาจจะเปิดประตูเข้ามา
ผมได้ยินเสียงประตูภายนอกเปิด พร้อมเสียงคุณเวกัสเรียกให้คนเข้ามาเก็บของให้เรียบร้อย ผมกระชับปืนในมือแน่น เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เสียงกุญแจที่เสียบผ่านกลอนประตูและเสียงลูกบิดที่กำลังถูกไข
จังหวะที่ประตูค่อยๆเปิดออก ผมได้แต่คิดว่าต่อให้ผมลั่นไกยิง ผมก็คงไม่รอดออกจากบ้านหลังนี้อยู่ดี แล้วประตูก็เปิดออก เผยให้ผมพบกับรอยยิ้มมัจจุราช
“หึ” ผมจ้องตากับคนๆหน้าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ละครั้งไม่เคยให้ความรู้สึกที่เหมือนกันเลย ในเสี้ยววินาทีที่ผมจะกดลั่นไก
มือของคนตรงหน้าก็คว้าเข้ามาที่ข้อมือผม ก่อนความรู้สึกชาวาบพร้อมกระแสไฟฟ้าหลายโวลต์จะไหลผ่านทั่วตัว มันเจ็บแสบเหมือนถูกกรีดผ่านข้างในทั่วตัว ปืนเลื่อนหลุดจากมือ ขาสองข้างอ่อนแรง ผมทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น อ้าปากร้องแบบไม่มีเสียง
“เก่งนี่ ที่เข้ามาถึงที่นี่ได้” ผมพยายามรวบรวมแรงไปคว้าปืนที่ตก แต่มือที่สวมถุงมือข้างเดิมก็คว้ามาที่หลังคอของผม พร้อมกระแสไฟฟ้าที่แล่นไปทั่วทั้งตัว ผมเงยหน้าพยายามให้ด้านหลังคอหลุดจากการจับกุมแต่ก็ไม่เป็นผล เขาลากผมออกมาจนถึงส่วนห้องทำงาน
ความเจ็บทำให้ผมกัดปากตัวเองแน่นจนรสขมพร่ากระจายเต็มปาก แล้วปืนก็ถูกเตะออกไปจนห่าง ผมทรุดตัวหอบหายใจเมื่อกระแสไฟฟ้าหยุดลง
เจ็บ เจ็บเหมือนถูกมีดกรีดเฉือนทั้งตัว ทั้งแขนและขาหมดเรี่ยวแรงและปวดระบม
“คุณเวกัส คุณทำแบบนี้ทำไมวะ”
“หมายถึงเรื่องไหนล่ะ” ผมตวัดสายตาขึ้นมองคนที่ย้อนถาม
“เรื่องชั่วๆที่คุณทำไว้คงมีเยอะมากเลยดิ” คนตรงหน้าฟังแล้วยกยิ้มมุมปากก่อนเอ่ยตอบ
“ก็ไม่ต่างกับที่บ้านตระกูลหลักมันทำไว้หรอก”
“คุณคินน์เขาไปทำอะไรให้คุณ คุณถึงได้ทำตัวโรคจิตขนาดนี้” คุณเวกัสฟังคำถามผมแล้วเอื้อมมือมาขว้าเข้าที่คอผมหลวมๆ ตอนแรกผมนึกว่าจะได้รับกระแสไฟฟ้าที่มาพร้อมสัมผัส แต่เปล่าเลย มีแค่มือที่กำรอบๆคอของผมที่เดี๋ยวแน่นบ้างคลายบ้าง ผมไม่รู้เลยว่าจะโดนบีบคอจนตาย หรือจะโดนปล่อยกระแสไฟฟ้าใส่
“ดูแล้ว มึงชอบคลิปไหนวะพีท”
“น่าสมเพชทุกคลิป! อึ๊ก” เสียงผมหยุดชะงักไปพร้อมกับจังหวะการหายใจที่สะดุดลงเมื่อมือแกร่งบีบรอบคอผมแน่นจนตัดช่องทางการหายใจ ผมรู้สึกได้ว่าสายตาของคุณเวกัสยังคงจดจ้องอยู่ที่ผม ผมไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่บีบคอก็ยังดีกว่าไฟช๊อต!
ผมพยายามแกะมือที่คอเมื่อรู้สึกว่าสมองผมเริ่มเบลอเพราะขาดอากาศ ในจังหวะที่รู้สึกทรมานมาก มือที่กำอยู่ก็คลายออกเล็กน้อย ผมรีบหอบเอาลมหายใจเข้าเต็มปอด ผมยังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้เพื่อหนีแต่ก็ยังไม่วายขอตวัดสายตาจ้องอาฆาตคนตรงหน้าที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้
แต่สายตาของคนตรงหน้าทำให้ผมต้องงุนงง เพราะมันไม่ใช่สายตาโกรธเกรี้ยวเหมือนทีแรก และไม่ใช่สายตาเสรแสร้งในแบบที่ผมเห็นเป็นประจำ มันเหมือนวันนั้น คืนนั้นที่ผมเจอเขาที่ทางเดิน สายตาเชิงสำรวจ สนใจ สายตาที่เหมือนดูดเสี้ยววิญญาณของผมได้ มือที่คอของผมยังคงกำอยู่แบบพอดีๆ ไม่แน่นและไม่หลวมจนเกินไป นิ้วโป้งลากผ่านตำแหน่งของหลอดเลือด
“พวกมึงทั้งหมดออกไปได้ละ” ในระหว่างที่ผมกำลังด่าตัวเองในใจว่าอะไรคือการถูกบีบคอแบบพอดีๆ ไอเวกัสก็ไล่ลูกน้องมันออกไป
“ให้ผมพามันไปยิงทิ้งข้างนอกมั้ยครับ”
“ไม่ต้อง! พวกมึงออกไป” ผมมองตามลูกน้องมันแต่ละคนที่กำลังเดินออกไป ในใจคิดว่าตัวเองอาจมีโอกาสสู้ แต่ยังคิดแผนไม่ทัน กระแสไฟฟ้าที่เบาลงก็แล่นผ่านถุงมือมันมายังผม
“อื้อออออออ” ผมกัดฟันแน่น ความเจ็บยังคงแล่นผ่านทั่วร่าง แต่ด้วยระดับที่เบาลงมันทำให้ผมรู้สึกมวนหน่วงในท้องแบบแปลกๆ
เอะ หรือผมเริ่มต้านทานกระแสไฟฟ้าได้ แต่การถูกช๊อตต่อเนื่องยาวนานก็ทำให้ผมรู้สึกเบลอ ผมถูกลากโดยมือที่คอ พาจากตำแหน่งที่นั่งทรุดตัวอยู่ที่พื้น กลับไปยังห้องเดิมด้านในที่ผมไปซ่อนตอนแรก
“อื้อออออ ปล่อยยยย” ผมหอบหายใจแรง เจ็บก็เจ็บ ชาก็ชา จังหวะโดนลากคอก็ไม่มีอากาศหายใจ ผมถูกลากแล้วโยนลงบนเตียง ก่อนที่มือที่กำรอบคอจะหายไป แต่เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีข้อมือข้างหนึ่งของผมก็ถูกคว้าไปและถูกล็อกไว้ด้วยโซ่ตรวนเส้นโต
“เชี่ย ปล่อยกุ” ผมพยายามกระชากโซ่ที่มือ แต่แม่งเส้นใหญ่ประหนึ่งเอาไว้ล่ามช้าง
“กุเคยเตือนมึงแล้วนะพีท ว่าบางที่ บางห้อง เข้าไป แล้วออกไม่ได้”
“ถ้าคิดจะจับกุไว้ถามอะไรเรื่องบ้านตระกูลหลัก กุบอกได้เลยว่าไม่มีประโยชน์” ผมแข่งจ้องตาตอบ ไอเวกัสมันฟังแล้วผุดยิ้ม แม่งไม่น่าใช่
“หรือถ้าคิดว่าจะเอากุไปต่อรองอะไรกับคุณคินน์ได้ก็ไม่มีประโยชน์เหมือนกัน”
“เหอะๆ กุก็ไม่คิดว่าบ้านตระกูลหลักจะให้ค่าอะไรกับหมาโง่ๆตัวนึงหรอก” แม่งเอ้ยยย หมาที่ไหนจะหล่อขนาดนี้
“ถ้าจะฆ่าทิ้งก็แค่ทำๆให้จบไป จะทำแบบนี้ทำไมวะ” ผมสะบัดโซ่ที่ข้อมือแล้วย้อนถาม
“ฮ่าๆๆๆๆ นึงนี่ตลกดีนะพีท” ไอเวกัสปีนขึ้นมาบนเตียง เห็นแบบนั้นผมรีบถอยตัวเองให้ห่าง
“มึงกำลังกลัวอะไร กลัวจนเลือกที่จะตายดีกว่า”
“กลัวความโรคจิตของมึงไง!”
“โกหก!” มือข้างนึงของมันกระชากโซ่ให้ผมเข้าไปใกล้มัน ส่วนมืออีกข้างกลับมาบีบที่สองข้างแก้ม
“คนอย่างมึงที่มองกุเค้นข้อมูลคนอื่นได้แบบตาไม่กระพริบเนี่ยนะ..ไม่ใช่ว่า..กลัวว่ากุจะรู้เรื่องนี้เหรอ” แล้วมือข้างที่เคยใช้กระชากโซ่ก็ถูกเปลี่ยนมาใช้กอบกุมบีบคลึงอวัยวะที่ผมไม่อยากจะคิดถึงมันที่สุด
“ไอเวกัส!!! ปล่อยกุ!!!!” ผมพยายามยกขาทั้งเบี่ยงทั้งถีบแต่ก็ไม่เป็นผล
“ฮ่าๆๆๆๆๆ พีท บอกกุที ว่านี่อ่ะ เพราะโดนช๊อต หรือบีบคอ หรืออย่างอื่น” พูดไม่ พูดเปล่า มันเลื่อนมือที่บีบข้างแก้มไล่มาที่คอพร้อมบีบให้กระชับขึ้น ผมพยายามดิ้นให้ตัวเองหลุดพ้นจากมือทั้งสองข้างของมันแต่ก็ทำไม่ได้
“แต่มึงไม่ต้องตอบกุก็ได้พีท เพราะกุเต็มใจหาคำตอบเอง” มันพูดจบ มือที่คอก็พยายามปลดเสื้อผมออก ในขณะที่มืออีกข้างยังคงทำให้ผมอยากจะทึ้งหัวตัวเอง
